บทมุสาวาจามิชอบ
วาจามิชอบ เป็นจุดเริ่มต้นของความผิดบาป อื่นๆ
การบรรยายธรรม ปาถกฐา ฯ จะต้องมีสาระในทาง
เสริมสร้าง จึงจะนับว่าเป็นนักพูดที่ได้รับความสำเร็จ
คนค้าขายจะไม่ให้ผิดข้อมุสานั้นยาก ทางที่ดีเมื่อ
ค้าขายได้เงินทองของเขามาแล้ว แบ่งปันส่วนหนึ่งไป
ทำบุญทานอุทิศให้เขา และชดเชยความผิดของตนเสีย
แต่ช่วยพูดจาส่งเสริมญาติธรรม จะต้องติดตาม
ผล ให้วิเคราะห์ความทุกข์ของเขาจากความเป็นจริง
อย่าพูดให้เขาหลับหูหลับตามารับธรรมะ อย่าเหมาว่า
รับธรรมะแล้วจะหายจากโรคภัยนั้น ๆ หรือกินเจตลอด
ชีวิตแล้วตั้งตำหนักพระจะหายจากโรคมะเร็งได้
จงส่งเสริมให้เขาเข้าใจหลักสัจธรรมด้วย มีกำลัง
ความสามารถเท่าไรก็พูดไปเท่านั้น ไม่พูดเกินกำลัง
ความเป็นจริง มีคำกล่าวว่า “พูดปดไปเพียงคำเดียวจะ
ต้องหาคำโกหกมาปิดบังคำพูดนั้นอีกถึงสิบคำ” พูดปด
บ่อย ๆ จะกลายเป็นความเคยชิน “วาจามิชอบเป็น
อาวุธฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น” “อย่าเที่ยวได้ปากยื่น
ปากยาวไปบ้านเหนือบ้านใต้”
พูดเพ้อเจ้อถือเป็นวาจามิชอบ แต่ถ้าพูดแบบ
อารมณ์ขันทำให้ผู้อื่นคลายทุกข์ได้ไม่ผิด เขายกย่องชม
เชย ซึ่งแม้เจ้าจะดีอย่างที่เขาชื่นชมจริง แต่เจ้าก็ปฏิเสธ
คำชมด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ว่าไม่จริงอย่างนี้ไม่ผิด
ทุกคนชอบฟังคำพูดที่ทำให้สบายใจ วาจาดีเป็นสะพาน
เชื่อมบุญสัมพันธ์
ถามทุกข์สุข แนะนำปลอบโยน ชื่นชมให้กำลังใจ
ชาติก่อนชอบนินทาว่าร้าย ชาตินี้จะถูกทำลายชื่อเสียง
มีอุปสรรคถูกขัดขวางถูกด่าว่า พูดจาไม่มีใครรับฟังน้ำ
เสียงไม่ไพเราะ อ้ำอึ้งพูดกำกวมไม่ชัดเจนฯ ผู้ผิดศีลข้อ
มุสาใช้วาจามิชอบ จะบำพ็ญอย่างไร ก็ไม่ได้สัมโพธิผล
ศีลห้าไม่บริสุทธิ์ บกพร่องข้อใดก็ตาม จะไม่อาจ
บรรลุสัมโพธิมรรคทั้งสิ้น ผู้ผิดศีลข้อมุสาใช้วาจามิชอบ
กลิ่นปากจะเหม็นเป็นประจำรักษาไม่หาย กลิ่นตัวแรง
ยิ่งกินเนื้อสัตว์จะยิ่งกลิ่นตัวแรง กินเจจะทำให้คลายลง
ผู้สำรวมรักษาศีล ใช้วาจาชอบ ปากจะมีกลิ่นหอม
เหมือนดอกอุบลวรรณ ศพของผู้บำเพ็ญบางคนถูเผา
แล้ว ฟันยังคงอยู่ไม่ถูกเผาไหม้ทั้งสามสิบสองซี่ก็มี ผู้ใช้
วาจาชอบจะเป็นที่เชื่อถือยินดีแก่คนทั้งหลาย ไม่ต้องมี
สิ่งซ่อนเร้น จะไม่มีเสียงหยาบคายรบกวนหู รบกวนใจ
พูดเกินความเป็นจริงบางอย่าง ด้วยเจตนาดี
เพื่อฉุดช่วยนำพาเขาให้พ้นทุกข์ ไม่ถือเป็นวาจามิชอบ
“กวนใจ ทำลายสติ ให้เขาคิดมากลำบากใจ” “ทำลาย
สายสัมพันธ์ให้เขาแหนงหน่ายไม่ลงรอยกัน” “หยอกล้อ
ล่วงเกินให้เขาอับอายเกิดปมด้อย” ฯลฯ เหล่านี้ล้วน
ผิดศีลมุสาใช้วาจามิชอบ มีเกร็ดประวัติเรื่องหนึ่ง ซึ่ง
ท่านบรมครูขงจื้อถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจศิษย์ ทันที
เมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นคือ เช้าวันหนึ่งศิษย์คนหนึ่งอยู่เวร
ทำอาหาร ข้าวต้มสุกแล้ว บังเอิญเศษอะไรชิ้นเล็กๆ
ตกจากเพดานลงไปในข้าวต้ม ศิษย์ผู้นั้นกลัวจะเป็นอัน
ตรายแก่ท่านบรมครู จึงตักเศษอะไรนั้นใส่ปากเพื่อ
พิสูจน์ว่ามันคืออะไร
ท่านบรมครูชี้ให้ศิษย์อีกคนหนึ่งดู ศิษย์ผู้นั้นลุก
ขึ้นตรงเข้าไปว่ากล่าวติเตือนเพื่อนทันทีว่า “เสียมรร
ยาทเองกินอาหารก่อนท่านครู” ศิษย์ผู้ถูกกล่าวหาร้อง
ปฏิเสธรีบชี้แจงความเป็นจริงด้วยความตกใจ ท่านบรม
ครูจึงเรียกชุมนุมศิษย์ทั้งหมดแล้วให้คติว่า “สิ่งที่ครูมอง
เห็นเองยังผิดต่อความเป็นจริงได้ แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่เล่า
ต่อกันมาล่ะ จากปากที่สามต่อไปความเป็นจริงจะถูก
บิดเบือนไปอีกเท่าไร...”
ฉะนั้น ก่อนจะสรุปความว่ากล่าวติเตียนใคร จึง
ให้ระวังคำมุสาวาจามิชอบ “ไม่อยากมีเรื่องกล่าวหาว่า
ร้ายให้สงบปากสงบคำอย่าพร่ำพูด” อย่าพูดเอาแต่ได้
อย่าปักหลักพูดแต่ฝ่ายตัวเอง ให้ยืนอยู่เป็นฝ่ายเขา
เห็นใจเขา ให้โอกาสเขาพูดเพื่อคนอื่นบ้าง ความบาด
หมางจากวาจาจะน้อยลง
มีคนสองระดับที่ไม่นินทาว่าร้าย คือ ผู้มีปัญญา
ระดับสูง และคนโง่ทึ่มที่สุด ปัญญาสูงเห็นสัจธรรมไม่
หวั่นไหวในเสียงรบกวน คนโง่ทึ่มไม่เข้าใจในเสียงรบ
กวน คนสองระดับนี้จึงบำเพ็ญศีลข้อนี้ได้ดี
จะพูดจานำพาคนมารับธรรมะ อย่าให้เขาเข้าใจ
ผิดว่าเจ้ามีความพึงพอใจในตัวเขา ต้องเอาความเมตตา
เป็นเจตนา อย่าเอาอารมณ์ ความรู้สึกพิสมัยเป็นเจตนา
ญาติธรรมหนุ่มสาวต้องระวังเรื่องนี้ให้มาก อาชีพหมอ
ดูทำนายทายทักดวงชะตาอาชีพดูทำเลที่ทาง (ฮวงจุ้ย)
ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษาฯ ยิ่งต้องระวังวาจา
พูดผิดพลาดพลั้งไปทำร้ายจิตใจ ทำลายชีวิต
อนาคตเขา จะบาปมาก ผู้ไม่ผิดศีลมุสาไม่ใช้วาจามิชอบ
ผู้ได้สำรวมปากคำมาสามชาติ ชาตินี้ปลายลิ้น จะแตะ
ถึงจมูก ลิ้นมีสีแดงดังชาดทาไว้ ริมฝีปากอิ่มเกิดเป็นหญิง
ซี่ฟันจะกว้างหนา เป็นศรีภรรยาเป็นศรีสะใภ้
แต่หากหญิงใดฟันห่าง ลมปากผ่านช่องฟันได้เป็น
คนจับจ่ายไม่ยั้งเก็บเงินไม่อยู่ ฟันซี่เรียวเล็กเหมือนฟัน
หนูเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นเจ้าเล่ห์เจ้ากล หญิงใดสุ้มเสียง
อ่อนโยนนุ่มทุ้ม มีบุญวาสนาสูงส่ง ลักษณะภายนอก
เหล่านี้เป็นเครื่องประกอบให้เจ้ารู้ไว้พิจารณาตัวเอง
บกพร่องส่วนใด ก็ให้แก้ไขด้วยการปฏิบัติบำเพ็ญ
ในที่สุดลักษณะด้อยของเจ้า ก็จะกลายเป็นลักษณะดีได้
พวกเจ้าเพ้อเจ้อ มุสา ใช้วาจามิชอบกันวันละมากมาย
พอๆ กับกินข้าวใช่ไหม นี่แหละจะทำให้การปฏบัติบำ
เพ็ญของเจ้าถูกก่อกวน แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยเหมือน
กับน้ำข้าวต้มใสๆ ดูเหมือนกับไม่ได้ผิดอะไร แต่ก็ทำให้
เจ้าสะดุดได้ สำรวมในศีลอย่างแท้จริง จึงเป็นการ
บำเพ็ญอย่างแท้จริง
ผู้ได้รับวิถีธรรม แล้วไม่ถือศีลจะเป็นเพียงผู้มี
บุญสัมพันธุ์ที่ผ่านเข้ามาในประตูพุทธะเท่านั้น ถือศีล
ได้บริสุทธิ์ หนึ่งศีลมีหนึ่งเทพยดาคุ้มครองรักษา ไม่
สำรวมในศีล สิ่งศักดิ์สิทธิ์เทพยดาไม่กล้าเข้าใกล้ อีกทั้ง
ไม่อาจปกปักรักษา ถือศีลสำรวมวาจา จะเกิดปัญญามี
วาทะศิลป์มีสง่าราศีลักษณะดีงาม
คัดลอก จาก บำเพ็ญขัดเกลาพุทธจิต
@@@ ระหว่าง "รู้" กับ "ทำ" นั้น
ช่างห่างไกลกันเสียเหลือเกิน @@@
วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ศีลห้า บทกามตัณหา โดย พระอรหันต์จี้กง
บทกามตัณหา
“อิ่มนัก มักเริงกาม” “มักมากในกาม เป็นความ
ผิดบาปมหันต์กว่าความผิดบาปใด ๆ”
ความชั่วที่พัวพันคนมากที่สุดในโลก คือ “กาม
ตัณหา” มันร้ายยิ่งกว่า “แอมแฟตตามีน” (ยาม้า)
หรือยาเสพติดทุกอย่าง ใครเสพส้องกับมันเพียงครั้ง
เดียวก็อยากข้องเกี่ยวกับมันเรื่อยไป
“กามตัณหา” เป็นเรื่องสกปรกที่สุดเรื่องหนึ่งใน
โลก ในเมื่อเราจะบำเพ็ญวิถีโพธิสัตว์ก็ต้องรู้จักควบคุม
ระหว่างสามีภรรยากัน ก็ให้เป็นไปตามจริยธรรมความ
เหมาะสม กามตัณหาเกิดขึ้นเมื่อใดเหมือนไฟเผาอะไร
ก็ยั้งไม่อยู่ จึงมีตัวอย่างผู้บำเพ็ญอยู่ในป่าเขาจนใกล้จะ
บรรลุอรหัตตผลอยู่แล้ว พอกามตัณหาเข้าครอบงำก็
เสพกามกับลิงกับแพะ ฯ
การควบคุมเมื่อเกิดอารมณ์กามตัณหา ให้ใช้วิธี
ดับไฟ ไม่ก่อไฟในใจ ไม่กินอิ่มเกินไป ปกติอยู่บ้านให้เดิน
เท้าเปล่าบ้าง ใต้เท้าสัมผัสความเย็นของพื้นบ้านจะช่วย
ลดไฟราคะได้ ระวังพฤติกรรมอันเป็นเหตุเย้าแหย่ ยั่วยุ
ไม่มีอะไรดีกว่าหลีกเลี่ยงไปให้พ้น ไม่ดูนิตยสาร หนังสือ
หรือภาพยนตร์ประเภทลามก ไม่เข้าใกล้แหล่งโลกีย์
อย่าให้ภาพเหล่านั้นแปดเปื้อนนัยน์ตาของเจ้าได้
นัยน์ตาของผู้ชายทำชั่วเรื่องนี้กันมาก ตายแล้วนัยน์ตา
จึงเน่าก่อน ปัญหาครอบครัวก็เริ่มมาจากนัยน์ตาที่ชอบ
หาของสดคาวนี่เอง รักษาจิตให้สงบบริสุทธิ์เสมอ อ่าน
หนังสือธรรมะสวดท่องคัมภีร์บ่อย ๆ เช่น วิสุทธิสูตร
ปารมิตาหฤทัยสูตร สัจคัมภีร์พระศรีอาริย์
เกิดอารมณ์เมื่อไรให้ระงับทันที เช่นนี้จึงจะค่อย
เบาบางลง ขึ้นหนึ่งค่ำ สิบห้าค่ำข้างจีน วันพระวันโกน
วันเฉลิมวันสำคัญของพระพุทธะ พระโพธิสัตว์ พระอริย
เจ้าพระองค์ต่าง ๆ อีกทั้งในระหว่างสี่สิบเก้าวันที่พ่อแม่
ปู่ย่าตายายเสียชีวิตให้รักษาศีลถือ พรหมจรรย์
แม้พวกเจ้าจะบำเพ็ญอยู่กับครัวเรือน มิได้ออก
บวช แต่อาจารย์ก็หวังให้พวกเจ้ารักษาศีลได้บริสุทธิ์
ดำเนินรอยตามปฏิปทาพระโพธิสัตว์ กายใจจะได้สำ
รวมบำเพ็ญเป็นกระแสเดียวกัน บำเพ็ญอยู่กับครัวเรือน
ให้สร้างคุณสัมพันธ์กับคนในบ้าน การไม่ได้แต่งงานมิได้
แสดงว่าเสียสละตนเพื่องานธรรม
หญิงสาวจะต้องรู้จักจัดการกับงานบ้านของพ่อ
แม่ขณะนี้ให้ดีก่อน ที่จะไปเริ่มต้นจัดการครอบครัวใหม่
หัวปักหัวปำทำแต่งานธรรมะอย่างเดียว ไม่เรียกว่าเสีย
สละเพื่องานธรรม ทุกคนในครอบครัวเคยเกี่ยวกรรมกับ
เจ้ามาก่อนทำยังไงจึงจะให้กรรมนั้นสิ้นสุดลง อย่างไม่
ร้าวฉานได้ มิใช่ให้หลีกหนี เจ้าคิดว่าจะทิ้งภาระนั้นให้
ใครดูแล
เจ้าเป็นลูกโทนคนเดียว พ่อแม่และกิจการทาง
บ้านเจ้าเห็นเป็น “เครื่องพันธนาการ” เจ้าไปส่งเสริม
ใครๆ ให้ละวางพันธนาการต่าง ๆ แต่ “เครื่องพันธนา
การ” ของเจ้าเองละ ใครจะเป็นผู้ไปส่งเสริม หรือเจ้ามัก
จะเห็นว่าพ่อแม่ลูกกันเป็นเช่นห่อสัมภาระ
เจ้าสอนให้ใคร ๆ วางลง หันหลังให้กับพ่อแม่อย่าง
เด็ดเดี่ยว เจ้าส่งเสริมเขาอย่างนี้หรือ เจ้าสอนให้เขาวาง
พันธนาการนั้นลงไปปฏิบัติโพธิสัตว์ปฏิปทา ถามหน่อย
เถอะ กรรมที่เกี่ยวกันมาสิ้นสุดลงอย่างราบเรียบแล้ว
หรือยัง ผู้ที่หันหลังให้กันไม่ใช่ตัวของเจ้าเอง เจ้าจึงพูด
ได้ง่าย ๆ
การเป็นสามีภรรยากันล้วนมีเหตุปัจจัย ให้มา
ลบล้างกรรมนั้นต่อกัน อย่าได้ชื่นชมชีวิตคู่ของใครว่า
ดีนักแล้วชักนำให้เขาแต่งงานกัน และก็อย่าได้คัดค้าน
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแต่งงานของใคร เขาจะต้อง
ลบล้างกรรมนั้นต่อกัน ให้เขาเป็นไปตามธรรมชาติ เจ้า
มีหน้าที่เพียงชี้แนะให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
ถ้าหากเจ้า เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว
เจ้าอยากสำเร็จเป็นโพธิสัตว์ เจ้าปฏิบัติงานธรรมสร้าง
บุญทุกวัน แล้วแม่ของเจ้าล่ะต้องสำเร็จเป็นโพธิสัตว์
ไหม เจ้าทิ้งแม่ให้นอนป่วยอยู่กับบ้านทุกวัน แม่ตกนรก
แต่เจ้าขึ้นสวรรค์ บัลลังก์บัวเจ้าจะนั่งได้สบายไหม
เจ้ากินเจแต่แต่งงานไปอยู่บ้านที่ไม่ได้กินเจ จะ
ต้องรู้ว่าเป็นกรรมเก่าที่เจ้าเกี่ยวพันกับเขามา เจ้าเป็น
สะใภ้เป็นภรรยา ไม่ทำกับข้าวให้เขากิน จะให้ใครทำ
ถ้าจำใจต้องทำอาหารเนื้อสัตว์ก็ให้แผ่เมตตากล้าเผชิญ
ว่า “ฉันไม่ลงนรกใครจะลงนรก”
ค่อย ๆ ส่งเสริมเขาไปอย่าใช้ไม้แข็ง สักวันหนึ่ง
ทุกคนในครอบครัวอาจกินเจร่วมกับเจ้าด้วยก็ได้ สังคม
ปัจจุบันน่าสงสารสามีภรรยาเลิกร้างกันมาก หากเจ้ามี
ชีวิตคู่ที่อยู่ดีมีสุข อย่าได้โอ้อวดต่อคนที่ชีวิตคู่ล้มเหลว
เตี่ยนฉวนซือมิให้เป็นพ่อสื่อแม่สื่อ ไม่ให้เป็นเถ้า
แก่เป็นพยานการแต่งงานของใคร เพราะเตี่ยนฉวนซือ
ถือปณิธานข้อพิเศษสำคัญยิ่ง สามีออกไปปฏิบัติงาน
ธรรมให้รู้จักขอบคุณศรีภรรยา เธอเป็นแม่บ้านหุงหาอา
หารเลี้ยงดูลูกทำงานบ้านทุกอย่างให้ ให้รู้จักยกย่อง
เอาใจใส่ตอบแทนคุณของเธอ
พ่อแม่ยังไม่เข้าใจวงการธรรมะ ด้วยคววามรัก
อยากปกป้อง จึงห่วงใยที่ลูกออกไปปฏิบัติงานธรรม
อาจพูดจาว่ากล่าว หรือขัดขวางอย่างนี้ไม่ใช่มารทด
สอบให้ค่อย ๆ ออกมาปฏิบัติงานธรรมอย่างนิ่มนวล
หนุ่มสาวผู้ปฏิบัติบำเพ็ญ จะต้องรักนวลสงวน
ตัว จะแต่งงานจะต้องขออนุญาตจนพ่อแม่ยินยอมเสีย
ก่อน หลังจากทำพิธีกราบไว้บรรพบุรุษแล้ว จึงจะเป็น
สามีภรรยากันได้
ตำหนักพระเป็นสถานที่สูงส่ง อย่าได้อาศัยเป็น
สถานที่หาคู่ เรื่องของครอบครัวเกี่ยวข้องกับศีลข้อนี้
อาจารย์จึงยกตัวอย่างให้ฟัง
ผสมพันธุ์สุนัขไปขาย ไม่ดีไม่งามไม่ควรทำ ขี่ม้า
เลนไม่ดีเป็นการกดขี่สัตว์อย่างหนึ่ง ทั้งแรงสะเทือนยัง
อาจก่อให้เกิดอารมณ์ราคะ ซื้อขายค่าตัวหญิงโสเภณี
มีความผิดทางคุณธรรม ล่วงเกินภรรยาของเพื่อน กรรม
นั้นจะตามสนอง
สะใภ้ด้วยกันและพี่น้องของสามี มิให้อิจฉาหา
ความกัน มิฉะนั้นชาติหน้าจะได้ภรรยาปากจัด หาคู่
ครองต้องรู้ให้ชัดว่าเขามีคู่อยู่หรือเปล่า ถ้ามีอยู่ก็จงตัด
ใจคิดเสียว่าไม่มีบุญร่วมกันแม้รูปสวยแค่ไหน ก็ไม่เอา
มีคู่อยู่แล้วอย่านอกใจ
ทุกคนล้วนอยากมีสามีภรรยาที่อบอุ่น มั่นคงทั้ง
นั้น เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วเจ้าก็จะไม่ทำลายชีวิตคู่
ของผู้อื่น ปฏิบัติงานธรรมก็ต้องให้เวลากับครอบครัว
บ้างอย่าให้เขากล่าวโทษว่า “พระโพธิสัตว์กวนอิมชิง
สามีของฉันไป” “พระพุทธจี้กงหลอกเอาภรรยาของ
ฉันไป” ขอร้องทีเถอะ อาจารย์ไม่เคยสอนให้เจ้าหมกอยู่
ในตำหนักพระทุกวันเลย
ถ้าถึงขึ้นสุดท้าย สามียื่นคำขาดไม่ให้เจ้าออกมา
ไหว้พระอีก ภรรยาไม่ทำอาหารให้กิน ไม่สนใจอะไร
ทั้งสิ้นปัญหาก็จะตามมา บำเพ็ญอยู่กับครัวเรือนจะ
ต้องทำให้ครอบครัวสมบูรณ์พูนสุข ไม่ใช่ให้แตกแยก
ไม่ใช่หมกตัวอยู่กับตำหนักพระ แล้วถือว่าศรัทธาจริงใจ
คนที่ไม่ค่อยได้มาตำหนักพระ แต่ที่บ้านของเขาสะอาด
เรียบร้อยทุกคนในบ้านสมัครสมาน ยิ้มแย้ม แจ่มใส
ทุกเวลา
แสดงว่า เขาได้นำเอาธรรมะกลับไปปฏิบัติบำ
เพ็ญในครัวเรือนแล้ว ด้วยความศรัทธาอย่างแท้จริง
กามตัณหาเป็นต้นตอของการเกิดตาย ผู้บำเพ็ญวิถีโพธิ
สัตว์ถ้าไม่ตัดอารมณ์นี้ แต่สำรวมกายได้จะหมายถึงผู้
ปฏิบัติมนุษยธรรมเท่านั้น
ผลแห่งการสำรวม ทำให้ไม่ต้องเวียนว่ายใช้หนี้ใน
วิถีบาป คือ เปรต เดรัจฉาน วิญญาณนรก เกิดชาติใหม่
จะได้ครอบครัวบริวารดี สุขกายสุขใจได้บำเพ็ญร่วมกัน
ช่วยกันดำเนินวิถีชีวิตคนได้อย่างสมบูรณ์
พระโพธิสัตว์ล้วนกลัวเหตุอันเกิดจากกามตัณหา
จึงตัดขาดเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง
ผู้ละกามตัณหาได้ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่
เร่าร้อน เกิดฌานสมาธิปัญญาได้ง่าย
ผู้ละกามตัณหาได้ จะเกิดในตระกูลดี พ่อแม่มี
ศักดิ์ศรี พี่น้องปรองดอง คู่ครองอุ้มชูกัน ลูกหลานกตัญญู
เพื่อนพ้องจริงใจต่อกัน
ผู้ละกามตัณหาได้ จะเป็นชื่นชมของเทพยดาฟ้า
ดิน เป็นที่เคารพยกย่องของคนทั้งหลาย แม้บำเพ็ญ
สำเร็จไป จะได้พุทธะลักษณะสมบูรณ์งดงาม
ผู้บำเพ็ญแต่โบราณมา ล้วนเห็นกามตัณหาเป็น
ศัตรูตัวร้าย เมื่อเห็นเหตุอันเป็นตัวยั่วเย้า จะหลีกลี้หนี
ไปให้พ้นทันทีเหมือนเผชิญกับหอกดาบคมกริบ อัน
พร้อมที่จะทำให้บาดเจ็บถึงตายได้เช่นนั้น
มีอุทธาหรณ์คำเตือนว่า
“แม้ชายชาญแสนหาญกล้า จะเชือนหน้าหญิง
“อิ่มนัก มักเริงกาม” “มักมากในกาม เป็นความ
ผิดบาปมหันต์กว่าความผิดบาปใด ๆ”
ความชั่วที่พัวพันคนมากที่สุดในโลก คือ “กาม
ตัณหา” มันร้ายยิ่งกว่า “แอมแฟตตามีน” (ยาม้า)
หรือยาเสพติดทุกอย่าง ใครเสพส้องกับมันเพียงครั้ง
เดียวก็อยากข้องเกี่ยวกับมันเรื่อยไป
“กามตัณหา” เป็นเรื่องสกปรกที่สุดเรื่องหนึ่งใน
โลก ในเมื่อเราจะบำเพ็ญวิถีโพธิสัตว์ก็ต้องรู้จักควบคุม
ระหว่างสามีภรรยากัน ก็ให้เป็นไปตามจริยธรรมความ
เหมาะสม กามตัณหาเกิดขึ้นเมื่อใดเหมือนไฟเผาอะไร
ก็ยั้งไม่อยู่ จึงมีตัวอย่างผู้บำเพ็ญอยู่ในป่าเขาจนใกล้จะ
บรรลุอรหัตตผลอยู่แล้ว พอกามตัณหาเข้าครอบงำก็
เสพกามกับลิงกับแพะ ฯ
การควบคุมเมื่อเกิดอารมณ์กามตัณหา ให้ใช้วิธี
ดับไฟ ไม่ก่อไฟในใจ ไม่กินอิ่มเกินไป ปกติอยู่บ้านให้เดิน
เท้าเปล่าบ้าง ใต้เท้าสัมผัสความเย็นของพื้นบ้านจะช่วย
ลดไฟราคะได้ ระวังพฤติกรรมอันเป็นเหตุเย้าแหย่ ยั่วยุ
ไม่มีอะไรดีกว่าหลีกเลี่ยงไปให้พ้น ไม่ดูนิตยสาร หนังสือ
หรือภาพยนตร์ประเภทลามก ไม่เข้าใกล้แหล่งโลกีย์
อย่าให้ภาพเหล่านั้นแปดเปื้อนนัยน์ตาของเจ้าได้
นัยน์ตาของผู้ชายทำชั่วเรื่องนี้กันมาก ตายแล้วนัยน์ตา
จึงเน่าก่อน ปัญหาครอบครัวก็เริ่มมาจากนัยน์ตาที่ชอบ
หาของสดคาวนี่เอง รักษาจิตให้สงบบริสุทธิ์เสมอ อ่าน
หนังสือธรรมะสวดท่องคัมภีร์บ่อย ๆ เช่น วิสุทธิสูตร
ปารมิตาหฤทัยสูตร สัจคัมภีร์พระศรีอาริย์
เกิดอารมณ์เมื่อไรให้ระงับทันที เช่นนี้จึงจะค่อย
เบาบางลง ขึ้นหนึ่งค่ำ สิบห้าค่ำข้างจีน วันพระวันโกน
วันเฉลิมวันสำคัญของพระพุทธะ พระโพธิสัตว์ พระอริย
เจ้าพระองค์ต่าง ๆ อีกทั้งในระหว่างสี่สิบเก้าวันที่พ่อแม่
ปู่ย่าตายายเสียชีวิตให้รักษาศีลถือ พรหมจรรย์
แม้พวกเจ้าจะบำเพ็ญอยู่กับครัวเรือน มิได้ออก
บวช แต่อาจารย์ก็หวังให้พวกเจ้ารักษาศีลได้บริสุทธิ์
ดำเนินรอยตามปฏิปทาพระโพธิสัตว์ กายใจจะได้สำ
รวมบำเพ็ญเป็นกระแสเดียวกัน บำเพ็ญอยู่กับครัวเรือน
ให้สร้างคุณสัมพันธ์กับคนในบ้าน การไม่ได้แต่งงานมิได้
แสดงว่าเสียสละตนเพื่องานธรรม
หญิงสาวจะต้องรู้จักจัดการกับงานบ้านของพ่อ
แม่ขณะนี้ให้ดีก่อน ที่จะไปเริ่มต้นจัดการครอบครัวใหม่
หัวปักหัวปำทำแต่งานธรรมะอย่างเดียว ไม่เรียกว่าเสีย
สละเพื่องานธรรม ทุกคนในครอบครัวเคยเกี่ยวกรรมกับ
เจ้ามาก่อนทำยังไงจึงจะให้กรรมนั้นสิ้นสุดลง อย่างไม่
ร้าวฉานได้ มิใช่ให้หลีกหนี เจ้าคิดว่าจะทิ้งภาระนั้นให้
ใครดูแล
เจ้าเป็นลูกโทนคนเดียว พ่อแม่และกิจการทาง
บ้านเจ้าเห็นเป็น “เครื่องพันธนาการ” เจ้าไปส่งเสริม
ใครๆ ให้ละวางพันธนาการต่าง ๆ แต่ “เครื่องพันธนา
การ” ของเจ้าเองละ ใครจะเป็นผู้ไปส่งเสริม หรือเจ้ามัก
จะเห็นว่าพ่อแม่ลูกกันเป็นเช่นห่อสัมภาระ
เจ้าสอนให้ใคร ๆ วางลง หันหลังให้กับพ่อแม่อย่าง
เด็ดเดี่ยว เจ้าส่งเสริมเขาอย่างนี้หรือ เจ้าสอนให้เขาวาง
พันธนาการนั้นลงไปปฏิบัติโพธิสัตว์ปฏิปทา ถามหน่อย
เถอะ กรรมที่เกี่ยวกันมาสิ้นสุดลงอย่างราบเรียบแล้ว
หรือยัง ผู้ที่หันหลังให้กันไม่ใช่ตัวของเจ้าเอง เจ้าจึงพูด
ได้ง่าย ๆ
การเป็นสามีภรรยากันล้วนมีเหตุปัจจัย ให้มา
ลบล้างกรรมนั้นต่อกัน อย่าได้ชื่นชมชีวิตคู่ของใครว่า
ดีนักแล้วชักนำให้เขาแต่งงานกัน และก็อย่าได้คัดค้าน
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแต่งงานของใคร เขาจะต้อง
ลบล้างกรรมนั้นต่อกัน ให้เขาเป็นไปตามธรรมชาติ เจ้า
มีหน้าที่เพียงชี้แนะให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น
ถ้าหากเจ้า เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว
เจ้าอยากสำเร็จเป็นโพธิสัตว์ เจ้าปฏิบัติงานธรรมสร้าง
บุญทุกวัน แล้วแม่ของเจ้าล่ะต้องสำเร็จเป็นโพธิสัตว์
ไหม เจ้าทิ้งแม่ให้นอนป่วยอยู่กับบ้านทุกวัน แม่ตกนรก
แต่เจ้าขึ้นสวรรค์ บัลลังก์บัวเจ้าจะนั่งได้สบายไหม
เจ้ากินเจแต่แต่งงานไปอยู่บ้านที่ไม่ได้กินเจ จะ
ต้องรู้ว่าเป็นกรรมเก่าที่เจ้าเกี่ยวพันกับเขามา เจ้าเป็น
สะใภ้เป็นภรรยา ไม่ทำกับข้าวให้เขากิน จะให้ใครทำ
ถ้าจำใจต้องทำอาหารเนื้อสัตว์ก็ให้แผ่เมตตากล้าเผชิญ
ว่า “ฉันไม่ลงนรกใครจะลงนรก”
ค่อย ๆ ส่งเสริมเขาไปอย่าใช้ไม้แข็ง สักวันหนึ่ง
ทุกคนในครอบครัวอาจกินเจร่วมกับเจ้าด้วยก็ได้ สังคม
ปัจจุบันน่าสงสารสามีภรรยาเลิกร้างกันมาก หากเจ้ามี
ชีวิตคู่ที่อยู่ดีมีสุข อย่าได้โอ้อวดต่อคนที่ชีวิตคู่ล้มเหลว
เตี่ยนฉวนซือมิให้เป็นพ่อสื่อแม่สื่อ ไม่ให้เป็นเถ้า
แก่เป็นพยานการแต่งงานของใคร เพราะเตี่ยนฉวนซือ
ถือปณิธานข้อพิเศษสำคัญยิ่ง สามีออกไปปฏิบัติงาน
ธรรมให้รู้จักขอบคุณศรีภรรยา เธอเป็นแม่บ้านหุงหาอา
หารเลี้ยงดูลูกทำงานบ้านทุกอย่างให้ ให้รู้จักยกย่อง
เอาใจใส่ตอบแทนคุณของเธอ
พ่อแม่ยังไม่เข้าใจวงการธรรมะ ด้วยคววามรัก
อยากปกป้อง จึงห่วงใยที่ลูกออกไปปฏิบัติงานธรรม
อาจพูดจาว่ากล่าว หรือขัดขวางอย่างนี้ไม่ใช่มารทด
สอบให้ค่อย ๆ ออกมาปฏิบัติงานธรรมอย่างนิ่มนวล
หนุ่มสาวผู้ปฏิบัติบำเพ็ญ จะต้องรักนวลสงวน
ตัว จะแต่งงานจะต้องขออนุญาตจนพ่อแม่ยินยอมเสีย
ก่อน หลังจากทำพิธีกราบไว้บรรพบุรุษแล้ว จึงจะเป็น
สามีภรรยากันได้
ตำหนักพระเป็นสถานที่สูงส่ง อย่าได้อาศัยเป็น
สถานที่หาคู่ เรื่องของครอบครัวเกี่ยวข้องกับศีลข้อนี้
อาจารย์จึงยกตัวอย่างให้ฟัง
ผสมพันธุ์สุนัขไปขาย ไม่ดีไม่งามไม่ควรทำ ขี่ม้า
เลนไม่ดีเป็นการกดขี่สัตว์อย่างหนึ่ง ทั้งแรงสะเทือนยัง
อาจก่อให้เกิดอารมณ์ราคะ ซื้อขายค่าตัวหญิงโสเภณี
มีความผิดทางคุณธรรม ล่วงเกินภรรยาของเพื่อน กรรม
นั้นจะตามสนอง
สะใภ้ด้วยกันและพี่น้องของสามี มิให้อิจฉาหา
ความกัน มิฉะนั้นชาติหน้าจะได้ภรรยาปากจัด หาคู่
ครองต้องรู้ให้ชัดว่าเขามีคู่อยู่หรือเปล่า ถ้ามีอยู่ก็จงตัด
ใจคิดเสียว่าไม่มีบุญร่วมกันแม้รูปสวยแค่ไหน ก็ไม่เอา
มีคู่อยู่แล้วอย่านอกใจ
ทุกคนล้วนอยากมีสามีภรรยาที่อบอุ่น มั่นคงทั้ง
นั้น เอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วเจ้าก็จะไม่ทำลายชีวิตคู่
ของผู้อื่น ปฏิบัติงานธรรมก็ต้องให้เวลากับครอบครัว
บ้างอย่าให้เขากล่าวโทษว่า “พระโพธิสัตว์กวนอิมชิง
สามีของฉันไป” “พระพุทธจี้กงหลอกเอาภรรยาของ
ฉันไป” ขอร้องทีเถอะ อาจารย์ไม่เคยสอนให้เจ้าหมกอยู่
ในตำหนักพระทุกวันเลย
ถ้าถึงขึ้นสุดท้าย สามียื่นคำขาดไม่ให้เจ้าออกมา
ไหว้พระอีก ภรรยาไม่ทำอาหารให้กิน ไม่สนใจอะไร
ทั้งสิ้นปัญหาก็จะตามมา บำเพ็ญอยู่กับครัวเรือนจะ
ต้องทำให้ครอบครัวสมบูรณ์พูนสุข ไม่ใช่ให้แตกแยก
ไม่ใช่หมกตัวอยู่กับตำหนักพระ แล้วถือว่าศรัทธาจริงใจ
คนที่ไม่ค่อยได้มาตำหนักพระ แต่ที่บ้านของเขาสะอาด
เรียบร้อยทุกคนในบ้านสมัครสมาน ยิ้มแย้ม แจ่มใส
ทุกเวลา
แสดงว่า เขาได้นำเอาธรรมะกลับไปปฏิบัติบำ
เพ็ญในครัวเรือนแล้ว ด้วยความศรัทธาอย่างแท้จริง
กามตัณหาเป็นต้นตอของการเกิดตาย ผู้บำเพ็ญวิถีโพธิ
สัตว์ถ้าไม่ตัดอารมณ์นี้ แต่สำรวมกายได้จะหมายถึงผู้
ปฏิบัติมนุษยธรรมเท่านั้น
ผลแห่งการสำรวม ทำให้ไม่ต้องเวียนว่ายใช้หนี้ใน
วิถีบาป คือ เปรต เดรัจฉาน วิญญาณนรก เกิดชาติใหม่
จะได้ครอบครัวบริวารดี สุขกายสุขใจได้บำเพ็ญร่วมกัน
ช่วยกันดำเนินวิถีชีวิตคนได้อย่างสมบูรณ์
พระโพธิสัตว์ล้วนกลัวเหตุอันเกิดจากกามตัณหา
จึงตัดขาดเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง
ผู้ละกามตัณหาได้ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่
เร่าร้อน เกิดฌานสมาธิปัญญาได้ง่าย
ผู้ละกามตัณหาได้ จะเกิดในตระกูลดี พ่อแม่มี
ศักดิ์ศรี พี่น้องปรองดอง คู่ครองอุ้มชูกัน ลูกหลานกตัญญู
เพื่อนพ้องจริงใจต่อกัน
ผู้ละกามตัณหาได้ จะเป็นชื่นชมของเทพยดาฟ้า
ดิน เป็นที่เคารพยกย่องของคนทั้งหลาย แม้บำเพ็ญ
สำเร็จไป จะได้พุทธะลักษณะสมบูรณ์งดงาม
ผู้บำเพ็ญแต่โบราณมา ล้วนเห็นกามตัณหาเป็น
ศัตรูตัวร้าย เมื่อเห็นเหตุอันเป็นตัวยั่วเย้า จะหลีกลี้หนี
ไปให้พ้นทันทีเหมือนเผชิญกับหอกดาบคมกริบ อัน
พร้อมที่จะทำให้บาดเจ็บถึงตายได้เช่นนั้น
มีอุทธาหรณ์คำเตือนว่า
“แม้ชายชาญแสนหาญกล้า จะเชือนหน้าหญิง
งามลำบากนัก”
“ผู้ยอมตายภายใต้ดอกโบตั๋น แม้เป็นผีใน
โลกันต์ก็ยังเริงชื่นชู้”
คัดลอก จาก บำเพ็ญขัดเกลาพุทธจิต
*** เสียใจแล้ว จึงรู้ผิด ***
วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ศีลห้า บทลักขโมย โดย พระอรหันต์จี้กง
บทลักขโมย
การลักขโมยอย่างลับ ๆ จี้ปล้น โจรกรรม หยิบ
มีโรคภัยแล้ว มากราบไหว้ขอให้พระคุ้มครอง
รักษาแต่ไม่ได้เอาธูปเทียนของตัวเองมา ถือวิสาสะหยิบ
เอาจากโต๊ะบูชา อย่างนี้แทนที่จะสร้างบุญชดใช้บาป
เวรกลับกลายเป็นลักขโมยของพระเสียอีก
ธูป น้ำมัน เครื่องบูชา มีคนนำมาถวายหรือใช้
ไม่หมดทิ้งไว้ถือเป็นสมบัติของตำหนักพระ อย่าจาบจ้วง
ถือวิสานะเอาไปใช้ จะจุดธูปกำใหญ่ภาวนาเฉพาะตัว
เพื่อความสบายใจ ให้นำเครื่องบูชามาเอง
โทรศัพท์ของตำหนักพระส่วนรวม มิใช่สิทธิของ
เตี่ยนฉวนซือ ถันจู่ หรือใครผู้ดูแล จะอนุญาตให้ใช้ฟรีได้
ใช้โทรศัพท์ทีไรไม่ว่าโทรใกล้ไกล ถ้าไม่ใช่เครื่องโทรศัพท ์
หยอดเหรียญเอง จะต้องจ่ายค่าโทรตามอัตราค่าโทร
ทุกครั้ง
ผู้ทำหน้าที่ในโรงครัวต้องระวัง ปรุงอาหารชิม
ให้รู้รสคำเดียวก็พอ ปรุงเสร็จแล้วยังไม่ถึงเวลา อย่า
ตักไปกินเองเสียก่อน ข้าวของทุกอย่างญาติธรรมเขา
อนุโมทนามา แม้เจ้าจะร่วมบริจาคด้วยก็ต้องรักษา
ระเบียบนี้ ข้าวของซื้อเข้ามามอบให้เป็นสมบัติของ
ตำหนักพระแล้ว ไม่ให้กลับหอบหิ้วออกไป จะเป็นการ
ลักขโมยของพระ
แต่ถ้าเสร็จงานประชุมแล้ว กับข้าวเหลือไว้จะ
บูดเน่าเสียเปล่า แบ่งปันกันไปไม่เป็นไร วันหน้าซื้อของ
ใหม่มาถวายชดเชยก็ได้ ผลไม้ซื้อมาบูชาพระ ไม่ให้เอา
มากินก่อน สมบัติของพระไม่ให้ถืออภิสิทธิ์กินเองหรือ
ให้ใครกินก่อนที่จะถวายพระเสร็จเรียบร้อย ของส่วน
ตัวซื้อเข้ามาเพื่อกินเองไม่เป็นไร
ญาติธรรมบริจาคเงินบ่งชัดว่า จะช่วยค่าใช้จ่าย
ประจำเดือน ช่วยงานบุกเบิกแพร่ธรรม พิมพ์หนังสือ
ธรรมะหรือใช้จ่ายอะไรในตำหนักพระ จะต้องจัดให้
เป็นไปตามเจตน์จำนงของเขาอย่างถูกต้องชัดเจน
เครื่องใช้ทำความสะอาดในตำหนักพระ ต้องรัก
ษาความสะอาดเป็นของจำเพาะ ต้องแยกออกจาก
เครื่องใช้ของครัว ของห้องน้ำห้องส้วมไม่ให้ปะปนกัน
ธูปหรือดอกไม้บูชาพระ อย่าเอามาดมก่อนบูชา
เป็นการจาบจ้วง เป็นการล่วงเกินไม่เคารพ
ข้าราชการ พนักงาน หยิบฉวยซองจดหมาย
กระดาษเขียนจดหมายของที่ทำงาน ไปใช้ส่วนตัวถือ
ว่าลักขโมย
ผู้บำเพ็ญจงระวังให้มาก ถ้าเป็นของส่วนราชการ
เท่ากับขโมยทรัพย์สินของประชาชนผู้เสียภาษี สอนผู้
อื่นให้หลีกเลี่ยงหรือหนีภาษี หรือใช้วิธีโทรศัพท์สาธา-
รณะโดยไม่กินเงิน เป็นการขโมยทรัพย์สินของหลวง
กฎระเบียบของการไปรษณีย์ มิให้สอดแทรกเอก
สารหรือสิ่งอื่นควบกันไป ถ้าแอบละเมิดเอาประโยชน์
ก็ถือว่าผิดศีลข้อลักขโมย สิ่งพิมพ์ที่คิดค่าส่งไปรษณีย์
ในอัตราต่ำ อย่าแอบสอดจดหมายส่งไปด้วย ผู้แนะนำ
ให้ทุจริต และผู้ทำตามมีบาปฐานลักขโทยของหลวง
ร่วมกัน
โดยสารรถเมล์ เรือเมล์ เพิกเฉยเมื่อเขาลืมเก็บ
ค่าโดยสาร หรือหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าบัตรผ่านประตูก็
เข้าข่ายลักขโมย หากลักขโมยเอาคนยากจนเข้า เขา
ทุกข์ร้อนจนเสียชีวิต เสียผู้เสียคน โทษบาปนี้เท่ากับลัก
ขโมยและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ผิดศีลทั้งสองข้อ
เวลาซื้อของตกลงกับผู้ขายให้เขาลดราคาลงแล้ว
ไม่ต้องให้เขียนใบเสร็จรับเงิน การหลีกเลี่ยงภาษีอย่างนี้
ก็เท่ากับขโมยของหลวง
ในศีลห้า เรื่องลักขโมยเป็นเรื่องละเอียดมากและ
บำเพ็ญได้ยากที่สุด บางอย่างเผลอไปใจหยาบก็ผิดทันที
ถ้าอาจารย์จะว่ากันให้ละเอียด เจ้าก็จะรำคาญว่าได้นั่น
ไม่ได้ไอ้นี่ก็ไม่ถูก ไม่เอาแล้ว หนีไปอยู่อเมริกาเสียให้รู้
แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องฟัง ถ้าเจ้าไม่ฟังไม่ทำตามเจ้า
ก็จะรักษาบุญวาสนาไว้ไม่อยู่
ทุกคนเมื่อมาถึงตำหนักพระ ก็หวังว่าจะได้เพิ่ม
พูนบุญกุศลกัน แต่ถ้าไม่ระวังกลับทำให้บุญกุศลรั่วไหล
ไปก็น่าเสียดาย
“ต้นคิดจิตกระจายเหมือนควายขน แต่มรรคผล
จิตที่โลภโกรธหลงฟุ้งซ่าน กระจายเหมือนวัว
ควายขนเต็มตัว แต่ผู้จะบรรลุอริยมรรคได้มีน้อยนัก
ดังเขาควายเมื่อเทียบกับจำนวนเส้นขนบนตัวควาย
ผู้เพียรวิถีโพธิสัตว์อย่างแท้จริง จะไม่กลัวความ
ยุ่งยาก แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาพบ้านเมืองวุ่นวายจอ
แจก็สามารถจะแปรเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องทำให้
จิตใจเศร้าหมองวุ่นวายให้เป็นพุทธะอันเบิกบานได้
ผู้บำเพ็ญเพื่อเอาตัวรอดเฉพาะตนเท่านั้น จึง
จะหลบไปอยู่ตามป่าเขาอันวิเวก เพราะกลัวจะถูก
สภาพแวดล้อมยั่วย้อมเอา ผู้บำเพ็ญวิถียานระดับสูง
จะต้องใช้ปัญญาแยกแยะควรทำอย่างไร ไม่ควรทำ
อย่างไร การล่วงละเมิดทรัพย์สิ่งของบางกรณีไม่ถือ
ว่าลักขโมย เช่น สำคัญผิดว่าเป็นของตน เช่น ร่มกัน
ฝนคล้าย ๆ กัน วางรวมกันไว้เร่งรีบจะออกไปคว้าได้
ของคนอื่นโดยไม่พันพิจารณาว่าเก่าใหม่กว่ากัน ฟังผิด
เข้าใจผิดว่าเขามอบให้ โดยมิได้ใฝ่ใจอยากได้มาก่อน
เก็บเอามาเพราะเข้าใจผิดว่าเขาทิ้งแล้ว เมื่อเห็นเขา
กองรวมอยู่กับเศษขยะ
ใช้โทรศัพท์บ้านใครที่เขาอนุญาตให้ใช้ได้ แล้ว
หยิบดินสอกระดาษบนโต๊ะมาจดข้อความ เมื่อกลับออก
มาปรากฏว่าหยิบดินสอของเขาติดมือมาด้วย อย่างนี้
ไม่ถือว่าลักขโมย แต่ต้องนำกลับไปคืนหรือบอกกล่าว
เจ้าของซึ่งแล้วแต่ความสนิทชิดชอบกันแค่ไหน
ไปบ้านเพื่อนที่รักใคร่คุ้นเคยกัน จึงถือวิสาสะเปิด
ตู้เย็นเข้าครัวหาอะไรกินด้วยความเคยชิน แม้มิใช่
เจตนาลักขโมย แต่ก็เข้าข่ายมักง่ายไม่สำรวม ล้มแชร์
เบี้ยวแชร์ก็เป็นลักขโมย ชาติหน้าจะต้องเกิดเป็นสุกร
สุนัข หมูตัวหนึ่งค่าตัวกี่พัน เป็นหนี้เขากี่พัน จะต้องเกิด
ชดใช้กันจนกว่าจะครบจำนวนเงินที่เป็นหนี้เขา
การลักขโมยมีโทษบาปหนักเบาต่างกัน ลักขโมย
ของตำหนักพระบาปหนัก เพราะเป็นสมบัติร่วมของ
ญาติธรรมอันเป็นคุณต่อผู้บำเพ็ญ มีคำกล่าวว่า
“เพิ่มพูนบุญวาสนาได้ในประตูไตรรัตน์ วาสนา
อันไม่จำกัดเกิดจากหนึ่งเมล็ดพันธุ์บุญ”
การสร้างบุญกับอาณาจักรธรรม วาสนาบารมีจึง
แผ่ไพศาลไปทั่วธรรมธาตุ เป็นคุณแก่ผู้บำเพ็ญทั้งสิบทิศ
เช่นเดียวกันในทางตรงกันข้าม การทำบาปในอาณา
จักรธรรมก็เกิดขึ้นได้ง่าย จึงให้ระวังแม้หนึ่งเล่มเข็ม
หนึ่งเส้นด้าย ก็มิให้จาบจ้วงฟุ่มเฟือยเสียหาย
ถ้ามีเหตุต้องเอาไปใช้ หลังจากนั้นก็ให้บริจาค
กลับคืนมา ให้กู้เงิน รับจำนอง จำนำ ค้าเงินด้วยวิธีใด
ก็ตามที่ขูดรีดคิดดอกเบี้ยราคาสูง ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ขัดสนทำให้เขาลำบากยิ่งขึ้นก็ถือว่า ผิดศีลข้อนี้
การบริจาคทานใดๆ อย่ายึดมั่นว่า “ฉันให้” เงิน
จำนวนเล็กน้อยอาจจะไม่ยึดมั่น เป็นแสนเป็นล้านนั้น
ไม่แน่ จรวดเมื่อยิงออกไปในอวกาศจะต้องให้หลุดพ้น
จากแรงกรรมจึงให้วางใจลงไม่ยึดมั่นต่อไป ความโลภ
โกรธ หลง เป็นกระแสเกิดตายเรื่อยไปผู้ปฏิบัติบำเพ็ญ
จึงต้องทวนกระแสเกิดตายให้ได้ศึกษาธรรมก็คือ เรียนรู้
วิธีการทวนกระแสนี้
ผิดศีลข้อ ฆ่าสัตว์ฯ ลักขโมย พูดปดมักมาก
ในกามทั้งสี่ข้อนี้ จะต้องไปเกิดในวิถีบาป คือ เปรต
เดรัจฉาน ผีนรก จะต้องชดใช้กรรมนั้นจนกว่าจะ
หมดสิ้น แล้วจึงได้เกิดเป็นคนต่อไป หากได้เกิดกาย
เป็นคนจะยากจนตกต่ำ เพราะชาติก่อนลักขโมยเขา
มามาก
หากมีเงินทองมากมายแต่มิได้เสพสุข เพราะชาติ
ก่อนทำบุญให้ทานแล้วนึกเสียดายในภายหลัง ชาติ
นี้จึงไม่ได้จับจ่ายใช้สอยอย่างสบายใจ ข้าวของเงิน
ทองมักเสียหาย ค้าขาย ขาดทุน ใครเคยผิดศีลข้อ
ลักขโมย เมี่อเงินทองข้าวของใครเสียหาย มักจะตก
เป็นผู้ต้องสงสัย ใครเคยผิดศีลข้อลักขโมยมากกายใจ
มักจะไม่สงบสุข ลูกจะผลาญสมบัติ หรือต้องจ่ายเงินเป็น
ค่าหมอค่ายารักษาตัวเสมอเป็นคนกระวนกระวาย นั่ง
นอนไม่สบาย
ผู้รักษาศีลข้อลักขโมย จะเป็นผู้รักษาทรัพย์สิน
เงินทองไว้ได้ ผู้คนเคารพยกย่องไว้วางใจรักษาศีลได้
บริสุทธิ์จะเป็นผู้มีเกียรติคุณ เราผู้บำเพ็ญจะต้องรู้จัก
เชิดชูผู้อื่น มองผู้อื่นด้วยสายตาเป็นธรรม ไม่นินทาว่า
ร้ายแคะได้ความผิดเขา เขาทำไม่ดีเป็นกรรมของเขา
เอง เจ้าเอาเขามาวิจารณ์ปากของเจ้าก็ไม่บริสุทธิ์เสีย
แล้ว อีกทั้งยังเกี่ยวกรรมเขาไปด้วย
เตี่ยนฉวนซือจะไม่ดีอย่างไรก็ตาม แต่เขาตัดเรื่อง
กามได้ จิตใจส่วนนี้ก็สมควรยกย่องแล้ว เหมือนสมณะ
นักบวชที่ปลงผมห่มจีวรได้ก็สมควรยกย่องแล้ว เขาจะ
ได้บำเพ็ญหรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องของเขาตัวเราเองให้
รักษาจิตใจชื่นชมเขาได้ทุกขณะจะไม่ผิด ถ้าใจเป็นกลาง
พิจารณากล่าวอ้างถึง เพื่อการเสริมสร้างอย่างนั้นไม่ถือ
เป็นนินทาว่าร้าย
ผู้ไม่ผิดศีลลักขโมย ไม่ว่าอยู่กับคนกลุ่มใดสถาน
ใดจิตใจก็เบิกบานไม่ลับล่อส่อพิรุธ ไม่มีใครกล้ารังแก
ผู้ไม่ผิดศีลลักขโมย ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเรื่องนี้ไม่มี
สัญญาความจำเรื่องนี้ ไม่มีแรงกรรมนำหนุนผลักดัน
เมื่อตายจึงปลอดโปร่งจิตวิญญาณจะไปสู่สุคติได้ เมื่อ
เกิดความคิดมิชอบให้ถามจิตตนเองทันทีว่าควรหรือไม่
ระวังอย่าให้แปดเปื้อน
มิจฉาทิฐิเหมือนหินผาสกัดยาก โทสะจริต
เหมือนเพลิงไฟ ยิ่งร้อนแรงกันเท่าไร อัคคีภัยสงคราม
ก็เกิดตามมาไม่สิ้น รักษาศีลห้า เทพยดาห้าพระองค์จะ
ปกป้องดูแลแต่ละศีลแต่ละพระองค์ รักษาได้บริสุทธิ์
จะหลุดพ้นการเวียนว่ายได้ง่าย การบำเพ็ญจะก้าว
ไปได้ราบรื่นรวดเร็ว อวิชชาเป็นเพลิงไฟเผาไหม้จิต
วิญญาณ เผาผลาญบุญกุศล ปลูกบุญทานเหมือนปลูก
ต้นไม้ทีละต้น อวิชชาเกิดขึ้นเมื่อใดก็เผาไหม้หมดป่า
ในพริบตาเดียว
คัดลอกจาก บำเพ็ญขัดเกลาพุทธจิต
** แม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร ไม่มีที่สิ้นสุดฉันใด
การลักขโมยอย่างลับ ๆ จี้ปล้น โจรกรรม หยิบ
ฉวยซึ่ง ๆ หน้า หลอกลวง อำพรางใช้เล่ห์เพทุบาย (เช่น
ลวงสวาท ล่อลวงคนไปขาย) ใช้อำนาจขู่เข็ญบังคับถือ
สิทธิ์เอาประโยชน์โดยมิชอบ (เช่น เก็บค่าคุ้มครองฯ)
ยักยอก เบียดบังบิดเบือน (เช่น ยึดเอาของฝากผ่านมือฯ)
เหล่านี้ล้วนผิดศีลลักขโมย
มีโรคภัยแล้ว มากราบไหว้ขอให้พระคุ้มครอง
รักษาแต่ไม่ได้เอาธูปเทียนของตัวเองมา ถือวิสาสะหยิบ
เอาจากโต๊ะบูชา อย่างนี้แทนที่จะสร้างบุญชดใช้บาป
เวรกลับกลายเป็นลักขโมยของพระเสียอีก
ธูป น้ำมัน เครื่องบูชา มีคนนำมาถวายหรือใช้
ไม่หมดทิ้งไว้ถือเป็นสมบัติของตำหนักพระ อย่าจาบจ้วง
ถือวิสานะเอาไปใช้ จะจุดธูปกำใหญ่ภาวนาเฉพาะตัว
เพื่อความสบายใจ ให้นำเครื่องบูชามาเอง
โทรศัพท์ของตำหนักพระส่วนรวม มิใช่สิทธิของ
เตี่ยนฉวนซือ ถันจู่ หรือใครผู้ดูแล จะอนุญาตให้ใช้ฟรีได้
ใช้โทรศัพท์ทีไรไม่ว่าโทรใกล้ไกล ถ้าไม่ใช่เครื่องโทรศัพท ์
หยอดเหรียญเอง จะต้องจ่ายค่าโทรตามอัตราค่าโทร
ทุกครั้ง
ผู้ทำหน้าที่ในโรงครัวต้องระวัง ปรุงอาหารชิม
ให้รู้รสคำเดียวก็พอ ปรุงเสร็จแล้วยังไม่ถึงเวลา อย่า
ตักไปกินเองเสียก่อน ข้าวของทุกอย่างญาติธรรมเขา
อนุโมทนามา แม้เจ้าจะร่วมบริจาคด้วยก็ต้องรักษา
ระเบียบนี้ ข้าวของซื้อเข้ามามอบให้เป็นสมบัติของ
ตำหนักพระแล้ว ไม่ให้กลับหอบหิ้วออกไป จะเป็นการ
ลักขโมยของพระ
แต่ถ้าเสร็จงานประชุมแล้ว กับข้าวเหลือไว้จะ
บูดเน่าเสียเปล่า แบ่งปันกันไปไม่เป็นไร วันหน้าซื้อของ
ใหม่มาถวายชดเชยก็ได้ ผลไม้ซื้อมาบูชาพระ ไม่ให้เอา
มากินก่อน สมบัติของพระไม่ให้ถืออภิสิทธิ์กินเองหรือ
ให้ใครกินก่อนที่จะถวายพระเสร็จเรียบร้อย ของส่วน
ตัวซื้อเข้ามาเพื่อกินเองไม่เป็นไร
ญาติธรรมบริจาคเงินบ่งชัดว่า จะช่วยค่าใช้จ่าย
ประจำเดือน ช่วยงานบุกเบิกแพร่ธรรม พิมพ์หนังสือ
ธรรมะหรือใช้จ่ายอะไรในตำหนักพระ จะต้องจัดให้
เป็นไปตามเจตน์จำนงของเขาอย่างถูกต้องชัดเจน
เครื่องใช้ทำความสะอาดในตำหนักพระ ต้องรัก
ษาความสะอาดเป็นของจำเพาะ ต้องแยกออกจาก
เครื่องใช้ของครัว ของห้องน้ำห้องส้วมไม่ให้ปะปนกัน
ธูปหรือดอกไม้บูชาพระ อย่าเอามาดมก่อนบูชา
เป็นการจาบจ้วง เป็นการล่วงเกินไม่เคารพ
ข้าราชการ พนักงาน หยิบฉวยซองจดหมาย
กระดาษเขียนจดหมายของที่ทำงาน ไปใช้ส่วนตัวถือ
ว่าลักขโมย
ผู้บำเพ็ญจงระวังให้มาก ถ้าเป็นของส่วนราชการ
เท่ากับขโมยทรัพย์สินของประชาชนผู้เสียภาษี สอนผู้
อื่นให้หลีกเลี่ยงหรือหนีภาษี หรือใช้วิธีโทรศัพท์สาธา-
รณะโดยไม่กินเงิน เป็นการขโมยทรัพย์สินของหลวง
กฎระเบียบของการไปรษณีย์ มิให้สอดแทรกเอก
สารหรือสิ่งอื่นควบกันไป ถ้าแอบละเมิดเอาประโยชน์
ก็ถือว่าผิดศีลข้อลักขโมย สิ่งพิมพ์ที่คิดค่าส่งไปรษณีย์
ในอัตราต่ำ อย่าแอบสอดจดหมายส่งไปด้วย ผู้แนะนำ
ให้ทุจริต และผู้ทำตามมีบาปฐานลักขโทยของหลวง
ร่วมกัน
โดยสารรถเมล์ เรือเมล์ เพิกเฉยเมื่อเขาลืมเก็บ
ค่าโดยสาร หรือหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าบัตรผ่านประตูก็
เข้าข่ายลักขโมย หากลักขโมยเอาคนยากจนเข้า เขา
ทุกข์ร้อนจนเสียชีวิต เสียผู้เสียคน โทษบาปนี้เท่ากับลัก
ขโมยและฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ผิดศีลทั้งสองข้อ
เวลาซื้อของตกลงกับผู้ขายให้เขาลดราคาลงแล้ว
ไม่ต้องให้เขียนใบเสร็จรับเงิน การหลีกเลี่ยงภาษีอย่างนี้
ก็เท่ากับขโมยของหลวง
ในศีลห้า เรื่องลักขโมยเป็นเรื่องละเอียดมากและ
บำเพ็ญได้ยากที่สุด บางอย่างเผลอไปใจหยาบก็ผิดทันที
ถ้าอาจารย์จะว่ากันให้ละเอียด เจ้าก็จะรำคาญว่าได้นั่น
ไม่ได้ไอ้นี่ก็ไม่ถูก ไม่เอาแล้ว หนีไปอยู่อเมริกาเสียให้รู้
แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องฟัง ถ้าเจ้าไม่ฟังไม่ทำตามเจ้า
ก็จะรักษาบุญวาสนาไว้ไม่อยู่
ทุกคนเมื่อมาถึงตำหนักพระ ก็หวังว่าจะได้เพิ่ม
พูนบุญกุศลกัน แต่ถ้าไม่ระวังกลับทำให้บุญกุศลรั่วไหล
ไปก็น่าเสียดาย
“ต้นคิดจิตกระจายเหมือนควายขน แต่มรรคผล
เทียบได้ควายสองเขา”
จิตที่โลภโกรธหลงฟุ้งซ่าน กระจายเหมือนวัว
ควายขนเต็มตัว แต่ผู้จะบรรลุอริยมรรคได้มีน้อยนัก
ดังเขาควายเมื่อเทียบกับจำนวนเส้นขนบนตัวควาย
ผู้เพียรวิถีโพธิสัตว์อย่างแท้จริง จะไม่กลัวความ
ยุ่งยาก แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาพบ้านเมืองวุ่นวายจอ
แจก็สามารถจะแปรเปลี่ยนสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องทำให้
จิตใจเศร้าหมองวุ่นวายให้เป็นพุทธะอันเบิกบานได้
ผู้บำเพ็ญเพื่อเอาตัวรอดเฉพาะตนเท่านั้น จึง
จะหลบไปอยู่ตามป่าเขาอันวิเวก เพราะกลัวจะถูก
สภาพแวดล้อมยั่วย้อมเอา ผู้บำเพ็ญวิถียานระดับสูง
จะต้องใช้ปัญญาแยกแยะควรทำอย่างไร ไม่ควรทำ
อย่างไร การล่วงละเมิดทรัพย์สิ่งของบางกรณีไม่ถือ
ว่าลักขโมย เช่น สำคัญผิดว่าเป็นของตน เช่น ร่มกัน
ฝนคล้าย ๆ กัน วางรวมกันไว้เร่งรีบจะออกไปคว้าได้
ของคนอื่นโดยไม่พันพิจารณาว่าเก่าใหม่กว่ากัน ฟังผิด
เข้าใจผิดว่าเขามอบให้ โดยมิได้ใฝ่ใจอยากได้มาก่อน
เก็บเอามาเพราะเข้าใจผิดว่าเขาทิ้งแล้ว เมื่อเห็นเขา
กองรวมอยู่กับเศษขยะ
ใช้โทรศัพท์บ้านใครที่เขาอนุญาตให้ใช้ได้ แล้ว
หยิบดินสอกระดาษบนโต๊ะมาจดข้อความ เมื่อกลับออก
มาปรากฏว่าหยิบดินสอของเขาติดมือมาด้วย อย่างนี้
ไม่ถือว่าลักขโมย แต่ต้องนำกลับไปคืนหรือบอกกล่าว
เจ้าของซึ่งแล้วแต่ความสนิทชิดชอบกันแค่ไหน
ไปบ้านเพื่อนที่รักใคร่คุ้นเคยกัน จึงถือวิสาสะเปิด
ตู้เย็นเข้าครัวหาอะไรกินด้วยความเคยชิน แม้มิใช่
เจตนาลักขโมย แต่ก็เข้าข่ายมักง่ายไม่สำรวม ล้มแชร์
เบี้ยวแชร์ก็เป็นลักขโมย ชาติหน้าจะต้องเกิดเป็นสุกร
สุนัข หมูตัวหนึ่งค่าตัวกี่พัน เป็นหนี้เขากี่พัน จะต้องเกิด
ชดใช้กันจนกว่าจะครบจำนวนเงินที่เป็นหนี้เขา
การลักขโมยมีโทษบาปหนักเบาต่างกัน ลักขโมย
ของตำหนักพระบาปหนัก เพราะเป็นสมบัติร่วมของ
ญาติธรรมอันเป็นคุณต่อผู้บำเพ็ญ มีคำกล่าวว่า
“เพิ่มพูนบุญวาสนาได้ในประตูไตรรัตน์ วาสนา
อันไม่จำกัดเกิดจากหนึ่งเมล็ดพันธุ์บุญ”
การสร้างบุญกับอาณาจักรธรรม วาสนาบารมีจึง
แผ่ไพศาลไปทั่วธรรมธาตุ เป็นคุณแก่ผู้บำเพ็ญทั้งสิบทิศ
เช่นเดียวกันในทางตรงกันข้าม การทำบาปในอาณา
จักรธรรมก็เกิดขึ้นได้ง่าย จึงให้ระวังแม้หนึ่งเล่มเข็ม
หนึ่งเส้นด้าย ก็มิให้จาบจ้วงฟุ่มเฟือยเสียหาย
ถ้ามีเหตุต้องเอาไปใช้ หลังจากนั้นก็ให้บริจาค
กลับคืนมา ให้กู้เงิน รับจำนอง จำนำ ค้าเงินด้วยวิธีใด
ก็ตามที่ขูดรีดคิดดอกเบี้ยราคาสูง ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ขัดสนทำให้เขาลำบากยิ่งขึ้นก็ถือว่า ผิดศีลข้อนี้
การบริจาคทานใดๆ อย่ายึดมั่นว่า “ฉันให้” เงิน
จำนวนเล็กน้อยอาจจะไม่ยึดมั่น เป็นแสนเป็นล้านนั้น
ไม่แน่ จรวดเมื่อยิงออกไปในอวกาศจะต้องให้หลุดพ้น
จากแรงกรรมจึงให้วางใจลงไม่ยึดมั่นต่อไป ความโลภ
โกรธ หลง เป็นกระแสเกิดตายเรื่อยไปผู้ปฏิบัติบำเพ็ญ
จึงต้องทวนกระแสเกิดตายให้ได้ศึกษาธรรมก็คือ เรียนรู้
วิธีการทวนกระแสนี้
ผิดศีลข้อ ฆ่าสัตว์ฯ ลักขโมย พูดปดมักมาก
ในกามทั้งสี่ข้อนี้ จะต้องไปเกิดในวิถีบาป คือ เปรต
เดรัจฉาน ผีนรก จะต้องชดใช้กรรมนั้นจนกว่าจะ
หมดสิ้น แล้วจึงได้เกิดเป็นคนต่อไป หากได้เกิดกาย
เป็นคนจะยากจนตกต่ำ เพราะชาติก่อนลักขโมยเขา
มามาก
หากมีเงินทองมากมายแต่มิได้เสพสุข เพราะชาติ
ก่อนทำบุญให้ทานแล้วนึกเสียดายในภายหลัง ชาติ
นี้จึงไม่ได้จับจ่ายใช้สอยอย่างสบายใจ ข้าวของเงิน
ทองมักเสียหาย ค้าขาย ขาดทุน ใครเคยผิดศีลข้อ
ลักขโมย เมี่อเงินทองข้าวของใครเสียหาย มักจะตก
เป็นผู้ต้องสงสัย ใครเคยผิดศีลข้อลักขโมยมากกายใจ
มักจะไม่สงบสุข ลูกจะผลาญสมบัติ หรือต้องจ่ายเงินเป็น
ค่าหมอค่ายารักษาตัวเสมอเป็นคนกระวนกระวาย นั่ง
นอนไม่สบาย
ผู้รักษาศีลข้อลักขโมย จะเป็นผู้รักษาทรัพย์สิน
เงินทองไว้ได้ ผู้คนเคารพยกย่องไว้วางใจรักษาศีลได้
บริสุทธิ์จะเป็นผู้มีเกียรติคุณ เราผู้บำเพ็ญจะต้องรู้จัก
เชิดชูผู้อื่น มองผู้อื่นด้วยสายตาเป็นธรรม ไม่นินทาว่า
ร้ายแคะได้ความผิดเขา เขาทำไม่ดีเป็นกรรมของเขา
เอง เจ้าเอาเขามาวิจารณ์ปากของเจ้าก็ไม่บริสุทธิ์เสีย
แล้ว อีกทั้งยังเกี่ยวกรรมเขาไปด้วย
เตี่ยนฉวนซือจะไม่ดีอย่างไรก็ตาม แต่เขาตัดเรื่อง
กามได้ จิตใจส่วนนี้ก็สมควรยกย่องแล้ว เหมือนสมณะ
นักบวชที่ปลงผมห่มจีวรได้ก็สมควรยกย่องแล้ว เขาจะ
ได้บำเพ็ญหรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องของเขาตัวเราเองให้
รักษาจิตใจชื่นชมเขาได้ทุกขณะจะไม่ผิด ถ้าใจเป็นกลาง
พิจารณากล่าวอ้างถึง เพื่อการเสริมสร้างอย่างนั้นไม่ถือ
เป็นนินทาว่าร้าย
ผู้ไม่ผิดศีลลักขโมย ไม่ว่าอยู่กับคนกลุ่มใดสถาน
ใดจิตใจก็เบิกบานไม่ลับล่อส่อพิรุธ ไม่มีใครกล้ารังแก
ผู้ไม่ผิดศีลลักขโมย ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเรื่องนี้ไม่มี
สัญญาความจำเรื่องนี้ ไม่มีแรงกรรมนำหนุนผลักดัน
เมื่อตายจึงปลอดโปร่งจิตวิญญาณจะไปสู่สุคติได้ เมื่อ
เกิดความคิดมิชอบให้ถามจิตตนเองทันทีว่าควรหรือไม่
ระวังอย่าให้แปดเปื้อน
มิจฉาทิฐิเหมือนหินผาสกัดยาก โทสะจริต
เหมือนเพลิงไฟ ยิ่งร้อนแรงกันเท่าไร อัคคีภัยสงคราม
ก็เกิดตามมาไม่สิ้น รักษาศีลห้า เทพยดาห้าพระองค์จะ
ปกป้องดูแลแต่ละศีลแต่ละพระองค์ รักษาได้บริสุทธิ์
จะหลุดพ้นการเวียนว่ายได้ง่าย การบำเพ็ญจะก้าว
ไปได้ราบรื่นรวดเร็ว อวิชชาเป็นเพลิงไฟเผาไหม้จิต
วิญญาณ เผาผลาญบุญกุศล ปลูกบุญทานเหมือนปลูก
ต้นไม้ทีละต้น อวิชชาเกิดขึ้นเมื่อใดก็เผาไหม้หมดป่า
ในพริบตาเดียว
คัดลอกจาก บำเพ็ญขัดเกลาพุทธจิต
** แม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร ไม่มีที่สิ้นสุดฉันใด
กิเลส ตัณหาของมนุษย์ ก็ย่อมไม่มีที่สิ้นสุดฉันนั้น **
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)